วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

>>>ระวัง คลินิกมั่วฉีดวัคซีน อ้างกันหวัด<<<


คลินิกทำคนสับสน อ้างมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 เรียกเก็บเข็มละ 600 บาท อธิบดีกรมควบคุมโรคยืนยันไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในตอนนี้มีแค่วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ธรรมดาเท่านั้น


การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้สร้างความหวาดวิตกให้คนไทยมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อล่าสุดพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 200 คนแล้ว และจากสถานการณ์ดังกล่าวก็มีคำโฆษณาเชิญชวนจากคลินิกหลายแห่ง รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง ว่า มีวัคซีนฉีดป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทำให้เกิดการบอกเล่าปากต่อปากว่ามีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบ คลินิกบางแห่งคิดค่าฉีดวัคซีนดังกล่าวเข็มละ 600 บาท


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังคลินิกที่อ้างว่ามีวัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่เคยออกมายืนยันว่ามีวัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 แพทย์เจ้าของคลินิกก็ชี้แจงว่า วัคซีนที่จะฉีดเป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อีกชนิดหนึ่ง แต่การฉีดวัคซีนดังกล่าวจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีผลในการป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ในระดับหนึ่ง


นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คลินิกหรือโรงพยาบาลหลายแห่ง ใช้คำพูดที่กำกวมทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ความจริงแล้ว วัคซีนที่ใช้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่มีบริการอยู่ในหลายแห่งนั้น คือวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี ซึ่งก็คือปี 2009 คือไข้หวัดใหญ่ทั่วๆ ไป ไม่ใช่วัคซีนป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แต่อย่างใด


"ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีวัคซีนใดที่จะป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ที่ระบาดมาจากประเทศเม็กซิโกได้ อาจมีบริษัทยาบางแห่งอ้างว่าผลิตได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการทดลองตามขั้นตอนจนสามารถนำมาใช้กับคนได้ อย่างเร็วที่สุดที่จะมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ได้ ก็น่าจะเป็นปี 2010 และช่วงนี้เป็นช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดในทุกๆ ปี จึงทำให้เกิดความสับสนได้"


อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ความจริงแล้วไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สาเหตุที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เนื่องจากในช่วงที่โรคนี้ระบาด ในเม็กซิโกมีการเสนอข้อมูลด้านตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งที่จริงแล้วผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 มีสัดส่วนเหมือนไข้หวัดปกติ คือ ผู้ป่วย 1,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 1 คน เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลที่ผิดจึงเป็นกระแสให้เกิดความหวาดผวาขึ้น


นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า มีนักวิชาการบอกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 จะระบาดต่อไปจนถึงปี 2010 โรคนี้ก็จะกลายเป็นโรคไข้หวัดประจำปีไป ส่วนการป้องกันนั้นเพียงแค่ล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หากไม่สบาย เช่น มีน้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ ไอ เจ็บคอ ให้สวมหน้ากากอนามัย และควรพักผ่อนรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน 3 - 7 วัน แต่หากมีอาการมากขึ้นควรไปพบแพทย์ ระหว่างอยู่ที่บ้านควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น และสวมหน้ากากอนามัย


"ในช่วงฤดูฝนของทุกปีจะเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ทั่วไประบาด ประชาชนจึงควรดูแลสุขภาพตัวเอง และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว


วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

>>>พบ 2 สาวไทยติดเอดส์พันธุ์ใหม่ ครั้งแรกในโลก<<<


ศิริราช เผย พบสาวไทยติดเอดส์พันธุ์ใหม่รายแรกในโลก เป็นเชื้อผสม 2 สายพันธุ์ใหม่ คาดติดจากชาวแอฟริกัน เชื้อระบาดง่าย-เร็วขึ้น แถมดื้อยาต้านไวรัส ชี้หญิงไทยลอบขายบริการที่แอฟริกาใต้ ไม่ใช้ถุงยางอนามัย

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ศ.ดร.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเชื้อเอชไอวีที่ระบาดในไทยมีเพียง 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เอ-อี (A/E) และสายพันธุ์บี (B) โดยสายพันธุ์เอ-อีจะพบสูงถึงร้อยละ 90 ขึ้นไป ทุกปีจะมีโครงการวิจัยเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์เอชไอวี โดยนำเลือดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นคนไทยมาถอดรหัสตรวจหาสายพันธุ์เอดส์ โดยในปีนี้มีการทำวิจัยต่อเนื่องตามปกติปรากฏว่า พบความผิดปกติจากตัวอย่างเลือด 2 ราย จากกลุ่มตัวอย่างที่ส่งมาทั้งหมด 44 ราย เนื่องจากถอดรหัสออกมาแล้วพบว่า เป็นสายพันธุ์เอชไอวีที่ต่างออกไปจากเดิม และอาจเป็นสายพันธุ์เอดส์ลูกผสมที่ไม่เคยเจอมาก่อนในโลกนี้ก็ได้ โดยรายแรกเป็นเชื้อเอชไอวีที่ผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เอ จี และดี เรียกว่า เอจี-ดี (AG/D) กับรายที่สองเป็นเชื้อเอชไอวีผสม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เอ อี และจี เรียกว่า เออี-จี (AE/G)

ศ.ดร.พญ.รวงผึ้ง กล่าวว่า ตัวอย่างทั้ง 2 ราย มาจากหญิงฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เป็นเชื้อเอชไอวีลูกผสม 3 สายพันธุ์ ที่ไม่เคยมีรายงานการพบมาก่อน สายพันธุ์จีกับดีส่วนใหญ่จะพบในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะไนจีเรีย ส่วนของไทยจะเป็นเออี ตอนนี้สแกนยีนออกมาแล้ว 500 เบส จากทั้งหมด 1,700 เบส เมื่อศึกษาระดับโมเลกุลครบทั้งหมดแล้ว จึงจะทราบรายละเอียดว่า เป็นเชื้อที่แพร่มาจากพื้นที่ใดของโลก ตอนนี้ตั้งสมมติฐานว่าหญิงทั้ง 2 คน ได้รับเชื้อมาจากชาวแอฟริกัน ไม่มีใครรู้เลยว่าสายพันธุ์จีกับดีเข้าไทยมานานหรือยัง ที่น่าเป็นห่วงคือ สายพันธุ์เอชไอวี จากแอฟริกา จะมีความเข้มข้นของเชื้อไวรัสเอดส์ในสารคัดหลั่งมากกว่า ทำให้ผู้สัมผัสติดเชื้อได้ง่าย และแพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์จากทวีปอื่น

ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา แนะนำว่า การพบเชื้อเอดส์พันธุ์ใหม่ 2 ชนิดจากตัวอย่าง 44 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 2 เป็นตัวเลขที่สูงมาก กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งเก็บตัวอย่างเลือดของผู้หากติดเอดส์มาวิเคราะห์โมเลกุล เพื่อสืบหาสายพันธุ์ลูกผสมว่า มีการแพร่ระบาดมากน้อยเพียงไร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เสพยาเสพติดและหญิงบริการ เพราะถ้าใครมีเชื้อเอดส์ลูกผสม 3 สายพันธุ์ เมื่อแพร่เชื้อออกไปผู้ติดเชื้อใหม่ก็จะได้รับเชื้อตัวนี้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใดมีเชื้อเอดส์เอ-อี หรือบีอยู่ในตัว แล้วได้รับเชื้อเอดส์ลูกผสม 3 สายพันธุ์เข้าไป ก็อาจจะกลายเป็นเชื้อผสม 4-5 สายพันธุ์ได้ เพราะเคยมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วที่แอฟริกา โดยพบผู้ติดเชื้อเอดส์ 5 สายพันธุ์ผสมกัน หรือที่เรียกว่า ซีพีเอกซ์ (CPX)

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

>>อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ! <<


โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถตากแดดไว้ ให้เปิดหน้าต่างหลังจากขึ้นรถ และอย่าเปิดแอร์ทันที ตามผลการวิจัย แผงหน้าปัทม์ (คอนโซล) เบาะที่นั่ง และน้ำหอมปรับอากาศ จะสร้างสารเบนซีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งขึ้น (อย่างที่คุณได้กลิ่นเหมือนพลาสติคจาง ๆ ในรถ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถใหม่"

นอกจากเป็นสาเหตุให้เป็นมะเร็งแล้ว สารดังกล่าวยังเป็นพิษต่อกระดูก ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง และลดจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคลูคีเมีย และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาได้

ระดับของสารเบนซีนที่ยอมรับได้ในอาคาร / ในรถ คือ 50 มิลลิกรัม ต่อ ตารางฟุต แต่ระดับของสารเบนซีนในรถที่จอ[คำไม่พึงประสงค์]ยู่ในร่มมีค่าอยู่ที่ 400 - 800 มิลลิกรัม หากรถจอดอยู่กลางแจ้งที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 60 องศาฟาร์เรนไฮท์ 15.5 องศาเซลเซียส "ในเมืองไทยจอดในร่มอุณหภูมิก็สูงเกินแล้ว" ระดับของสารเบนซีนจะสูงขึ้นถึง 2000 -4000 มิลลิกรัม คือสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ถึง 40 เท่า คนที่อยู่ในรถจะหายใจเอาสารพิษที่สูงเกินมาตรฐานดังกล่าวเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าให้คุณเปิดประตู หน้าต่างรถ ไว้สักระยะเพื่อให้อากาศที่อยู่ในตัวรถออกมาก่อนจะเข้าไปนั่ง สารพิษที่ร่างกายคุณไม่สามารถขับออกได้โดยง่าย ซึ่งส่งผลร้ายต่อ ตับ ไต ไส้ พุง

"เมื่อใครบางคนแบ่งปันบางสิ่งที่มีค่ากับคุณ และคุณได้รับประโยชน์จากมัน คุณก็ควรจะแบ่งปันสิ่งนั้นให้กับผู้อื่นด้วย"??

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

>>>ตัวอย่างชื่อไข้หวัดใหญ่ที่เคยระบาดทั่วโลก <<<

-พ.ศ.2461-2462 (ค.ศ.1918-1919) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ A ชนิด H1 N1 (ยุคนั้นยังไม่สามารถตรวจแยกเชื้อได้ แต่มีการตรวจชนิดของเชื้อไวรัสในภายหลัง) ชื่อว่าไข้หวัดใหญ่สเปน (Spain Flu) เป็นการระบาดทั่วโลกครั้งร้ายแรงที่สุด มีผู้ป่วยเสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐกว่า 500,000 คน
-พ.ศ.2500-2501 (ค.ศ.1957-1958) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ A ชนิด H2 N2 มีชื่อว่าไข้หวัดใหญ่เอเชีย (Asian Flu) ระบาดครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนระบาดไปทั่วโลก มีผู้เสียชีวิต 70,000 คน ในสหรัฐ การระบาดในครั้งนี้สามารถตรวจพบและจำแนกเชื้อได้รวดเร็ว และผลิตวัคซีนออกมาฉีดป้องกันได้ทัน จึงมีผู้เสียชีวิตไม่มาก
-พ.ศ.2511-2512 (ค.ศ.1968-1969) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ A ชนิด H3 N2 มีชื่อว่าไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง (Hong Kong Flu) รายงานผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวฮ่องกง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 34,000 คน ในสหรัฐ เป็นชนิดย่อยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายไข้หวัดใหญ่เอเชีย (H2 N2) จึงมีผู้ป่วยจำนวนไม่มาก เพราะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้างแล้ว
-พ.ศ.2520-2521 (ค.ศ.1977-1978) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ A ชนิด H1 N1 กลับมาระบาดใหม่ มีชื่อว่าไข้หวัดใหญ่รัสเซีย (Russian Flu) เริ่มระบาดที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตอนเหนือ แล้วกระจายไปทั่วโลก ทราบภายหลังว่าเป็นไวรัสชนิดเดียวกับ ไข้หวัดใหญ่สเปน (H1 N1)
-ไข้หวัดนก (อังกฤษ: avian influenza หรือชื่อสามัญ bird flu) เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ชื่อ H5N1 ซึ่งพบได้ในสัตว์ปีก ค้นพบครั้งแรกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในประเทศอิตาลี เรียกกันว่าไข้หวัดสเปน โรคนี้ระบาดอย่างหนักทั่วโลก
การระบาดของไข้หวัดนก สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับอุตสาหกรรมสัตว์ปีก โดยเฉพาะในประเทศไทยและเวียดนาม มีการฆ่าสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่ในฟาร์มไปหลายล้านตัว เพื่อระงับการแพร่กระจายของโรค

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>วิธีตรวจสอบคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ <<<

อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่?
กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัส IMEI จะปรากฎขึ้นมา โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8
ดังนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบใน ประเทศจีน ซึ่งมี คุณภาพต่ำ
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศเยอรมัน ซึ่งมี คุณภาพปานกลาง
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมี คุณภาพดีมาก
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจาก โรงงานผลิต โดยตรงซึ่งมี คุณภาพดีที่สุด
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ ประเทศอาเซอร์ไบจัน ซึ่งมี คุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>เรื่องน่ารู้รอบตัว<<<

เคล็ดลับแม่บ้าน
1. ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้ง ไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็นหรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก
2. ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมา ไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุ[คำไม่พึงประสงค์]อกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ
3. ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่าน เข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น
4. ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้น มาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน
5. มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้ โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติ[คำไม่พึงประสงค์]ยู่ กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป
6. พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ด เสียบไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้
7. เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้
เฉลย จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น
8. เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกลียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น
9. นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้[คำไม่พึงประสงค์]กไม้ไม่เ[คำไม่พึงประสงค์]่ยวเฉาได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้[คำไม่พึงประสงค์]กไม้เ[คำไม่พึงประสงค์]่ยวเฉา
10. ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>พบกำแพงเมืองจีนอีก2,500ก.ม.ซ่อนในเขา <<<

กำแพงเมืองจีนไม่ได้ยาว 8,851.8 กิโล เมตรอย่างที่ทราบกันเสียแล้ว แต่สำนัก งานสำรวจและทำแผนที่จีน ใช้เทคโน โลยีในการทำแผนที่ต่างๆ เช่น จีพีเอสและแสงอินฟราเรด พบว่า กำแพงเมืองจีนที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงยาวเพิ่มขึ้นอีก 2,551 กิโลเมตร


สำนักงานใช้เวลาสำรวจความยาวของกำแพงเมืองจีนนาน 2 ปี ซึ่งความยาวกำแพงที่เพิ่มขึ้นจากเดิมนี้ซ่อนอยู่ตามเขา คูเมืองและแม่น้ำ ตั้งแต่ภูเขาหูทางตอนเหนือของมณฑลเหลียวหนิงไปยังด่านเจียยู่ ทางตะวันตกของมณฑลกานซู

กำแพงเมืองจีนที่พบใหม่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (1368-1644) เพื่อปกป้องชนเผ่ามองโกลและเผ่าอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือเข้ามารุกราน แต่พายุทะเลทรายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และกำแพงที่ทำจากโคลนซึ่งไม่แข็งแรงเท่ากับกำแพงส่วนอื่นๆ ที่ทำจากอิฐและหิน ทำให้กำแพงบางส่วนพังทลายกระทั่งจมหายไป

หลังจากนี้สำนักงานจะศึกษาแผนที่อีก คือกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน (221-206 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ.9)