วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>วิธีตรวจสอบคุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ <<<

อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่?
กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัส IMEI จะปรากฎขึ้นมา โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8
ดังนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบใน ประเทศจีน ซึ่งมี คุณภาพต่ำ
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศเยอรมัน ซึ่งมี คุณภาพปานกลาง
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมี คุณภาพดีมาก
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจาก โรงงานผลิต โดยตรงซึ่งมี คุณภาพดีที่สุด
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ ประเทศอาเซอร์ไบจัน ซึ่งมี คุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>เรื่องน่ารู้รอบตัว<<<

เคล็ดลับแม่บ้าน
1. ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้ง ไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็นหรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก
2. ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมา ไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุ[คำไม่พึงประสงค์]อกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ
3. ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่าน เข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น
4. ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้น มาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน
5. มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้ โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติ[คำไม่พึงประสงค์]ยู่ กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป
6. พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ด เสียบไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้
7. เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้
เฉลย จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น
8. เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกลียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น
9. นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้[คำไม่พึงประสงค์]กไม้ไม่เ[คำไม่พึงประสงค์]่ยวเฉาได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้[คำไม่พึงประสงค์]กไม้เ[คำไม่พึงประสงค์]่ยวเฉา
10. ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

>>>พบกำแพงเมืองจีนอีก2,500ก.ม.ซ่อนในเขา <<<

กำแพงเมืองจีนไม่ได้ยาว 8,851.8 กิโล เมตรอย่างที่ทราบกันเสียแล้ว แต่สำนัก งานสำรวจและทำแผนที่จีน ใช้เทคโน โลยีในการทำแผนที่ต่างๆ เช่น จีพีเอสและแสงอินฟราเรด พบว่า กำแพงเมืองจีนที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงยาวเพิ่มขึ้นอีก 2,551 กิโลเมตร


สำนักงานใช้เวลาสำรวจความยาวของกำแพงเมืองจีนนาน 2 ปี ซึ่งความยาวกำแพงที่เพิ่มขึ้นจากเดิมนี้ซ่อนอยู่ตามเขา คูเมืองและแม่น้ำ ตั้งแต่ภูเขาหูทางตอนเหนือของมณฑลเหลียวหนิงไปยังด่านเจียยู่ ทางตะวันตกของมณฑลกานซู

กำแพงเมืองจีนที่พบใหม่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (1368-1644) เพื่อปกป้องชนเผ่ามองโกลและเผ่าอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือเข้ามารุกราน แต่พายุทะเลทรายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และกำแพงที่ทำจากโคลนซึ่งไม่แข็งแรงเท่ากับกำแพงส่วนอื่นๆ ที่ทำจากอิฐและหิน ทำให้กำแพงบางส่วนพังทลายกระทั่งจมหายไป

หลังจากนี้สำนักงานจะศึกษาแผนที่อีก คือกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน (221-206 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ.9)

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

>>ความรู้รอบตัวแบบที่คุณไม่เคยรู้ 2<<

37.ใน 4000 ปีที่ผ่านมา ไม่มีสัตว์ชนิดใหม่ๆที่ถูกทำให้เชื่อง
38.เชคสเปียร์ เป็นคนคิดค้นคำว่า assassination (การลอบฆ่า) และ bump (ชน กระทบ)
39.หัวใจมนุษย์สร้างความดันเพียงพอที่จะปั๊มเลือดออกจากร่างกายไป 30 ฟุต
40. หนูสามารถสืบพันธ์ได้เร็วมาก ใน 18 เดือน หนูสองตัวจะสามารถมีทายาทมากกว่าล้านตัว
41.การใส่หูฟังแค่ชั่วโมงเดียว ทำให้แบคทีเรียในหูเพิ่มขึ้น700 เท่าตัว
42.ลิปสติกส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของเกล็ดปลา
43.เหมือนกับลายนิ้วมือ….ลายลิ้นทุกคนต่างกัน
44.นิตยสาร time ได้ยกย่องให้คอมพิวเตอร์เป็นบุคคลแห่งปีในปีค.ศ 1982(พี่หมี: เมื่อปี 2006 พวกเราก็ได้เป็นบุคคลแห่งปี เหมือนกันนี่หน่า เพราะเค้ายกย่อง ” YOU ” คุณผู้อ่านนั่นแหละที่ช่วยกันสร้างสังคมบนโลกออนไลน์ให้เกิดขึ้นมา)
45.สถิติจูบนานที่สุดในโลกเป็นของหลุยซา แอลเมโดวาร์ วัย 19 ปีกับแฟนหนุ่ม ริชแลงเลย์ วัย 22 ปีพวกเขาทำสถิติไว้ที่ 30.59.27 ชม.
46.ตอนที่ F4 ไปเปิดคอนเสิร์ตที่อินโดนีเซียทำให้เด็กนักเรียนเกือบ100 คน ต้องเรียนซ้ำชั้น เพราะไม่ได้ไปลงทะเบียนเรียนเทอม 2
47.บริษัทผู้ผลิตยาสีฟันดาร์ลี่เป็นเจ้าของเดียวกันกับที่ผลิตยาสีฟันคอลเกต
48.โดนัลด์ ดักส์ ถูกแบนในประเทศฟินแลนด์ เพราะมันไม่ได้สวมกางเกงใน

49.฿าพยนต์เรื่อง notting hill จ่ายค่าตัวจูเลีย โรเบิร์ต 15ล้านเหรียญ ( 660 ล้านบาท ) ในขณะที่พระเอกอย่างฮิว แกรนจ์รับค่าตัวเพียง 1 ล้านเหรียญ ( 45 ล้านบาทคิดจากอัตรแลกเปลี่ยนเมื่อปี 1999 เป็นปีที่ออกฉาย)
50.หนังอนิเมชันเรื่อง SouthPark ได้รับการบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นหนังอนิเมชั่น เรื่องยาวที่หยาบคายที่สุดในโลกสถิติบันทึกไว้ว่า มีการใช้คำหยาบ 399 คำ พฤติกรรมรุนแรง 221 ครั้ง และแสดงท่าทางหยาบคาย 128 ครั้ง
51.ขนมทอดกรอบตรา ปูไทย ระบุว่าไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู
52.ในน้ำทะเล 100 ตัน จะมีทองคำอยู่ประมาณ 4 กรัม
53.จำนวนแถวของข้าวโพดในแต่ละฝักจะเป็นเลขคู่
54.จิงโจ้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่เดินถอยหลังไม่ได้
57.ยุงชอบเลือดเด็กมากกว่าเลือดผู้ใหญ่
58.แมงมุมทอดรสชาติเหมือนถั่ว
59.ฟันของแมลงสาบอยู่ในท้อง
60.เม่นทุกตัวลอยน้ำได้
61.หมู มีโอกาสเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง
62.นอกจากมนุษย์แล้ว หมีขั้วโลกและจิงโจ้ต่างก็จูบเป็น ส่วนลิงชิมแปนซีนั้นจูบแบบ “เฟรนช์คิส” ได้ด้วย
63.คนถนัดขวามีอายุเฉลี่ยยืนยาวกว่าคนถนัดซ้ายถึง 9 ปี
64.Hippopotomonstrsesquippedaliophobia คือ ชื่ออาการของคนที่หวาดกลัวคำอ่านยาวๆ
65.ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม - มีนาคม มีแนวโน้มเป็นโรคจิตและโรคคลั่งมากกว่าเดือนอื่นๆ
66.แก้วไม่ได้เป็นของเเข็ง เเต่เป็นของเหลว
67.สมองคนเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักของร่างกาย แต่ใช้เลือดไปเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมด
68.เลือดของกุ้งมังกรเปนสีน้ำเงิน
69.อูฐสามารถหมุนหัว 180 องศา
70.รู้หรือเปล่าว่าเว็บ googleไม่ได้มีประโยชน์แค่หาข้อมูล แต่เป็นเครื่องคิดเลขได้ (ลองใส่ 5+2 หรือเลขอะไรก้อได้ในช่อง แล้วกด Search ดูจิ)

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

>>>ความรู้รอบตัวแบบที่คุณไม่เคยรู้<<<


ความรู้รอบตัวแบบที่คุณไม่เคยรู้
1.ยุงบินด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง…
2.ผีเสื้อบินด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง…
3.เส้นผมคนรับน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม..
4.เสียงกรนที่ดังที่สุดดังถึง 87.5 เดซิเบลล์
5.พอล แมคคาร์ที เป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ถ้าจะนำมาออกรายการต้องซื้อลิขสิทธิก่อน…
6.เหรียญทองโอลิมปิกต้องมีแร่เงินผสมอยู่ 92.5 เปอร์เซนต์…
7.หอเอนเมืองปิซาเอนไปทางใต้…
8.กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำทั้งหมด 3 ครั้งในชีวิต…
9.ฮิตเลอร์แสกผมข้างซ้าย
10.ผู้หญิงที่เกาะฮาวายที่ทัดดอกไม้ที่หูข้างซ้าย แสดงว่ามีเจ้าของแล้ว…
11.เราไม่สามารถฆ่าตัวตายด้วยการกลั้นหายใจได้…
12.ผู้หญิง 3.9 เปอร์เซนต์ไม่ชอบใส่กางเกงใน…
13.ฮิปโปผายลมทางปาก…
14.ประเทศซาอุดิอราเบียไม่มีแม่น้ำ…
15.กังหันทั้งโลกหมุนทวนเข็มนาฬิกา ยกเว้นที่ไอร์แลนด์…
16.เด็กนักเรียนอายุ15 ปีขึ้นไปในบังคลาเทศจะถูกจับเข้าคุกถ้า”โกงข้อสอบ”…
17.ปลาที่อาศัยในน้ำลึกเกิน 800 เมตร จะไม่มีตา…
18.ผมคนเราจะร่วงประมาณ 200 เส้นต่อวัน…
19.ตัว”โอ”เป็นสระที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ…
20.คนพูดประมาณ 120 คำต่อนาที
21.ฝ่ามือและฝ่าเท้าของคนเราไม่สามารถไหม้ได้..
22.เม่นชอบช่วยตัวเอง…
23.ถ้าปลาไหลไฟฟ้าอยู่ในน้ำเค็ม จะถูกช็อตตาย…
24.ขั้นบันไดในไทยจะเป็นเลขคี่…
25.เจ้าฟ้าชายชาลส์ชอบสะสมฝาโถส้วม…
26.คนมีโอกาสตายจากผึ้งต่อยมากกว่างูกัด…
27.ประเทศวาติกันมีประชากรประมาณ 1000 คน
28.เมื่อคุณจาม หัวใจคุณจะหยุดเต้นเสี้ยววินาที
29.มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณจะจามโดยไม่หลับตา
30.เดิมโคคาโคล่าเป็นสีเขียว
31.ชื่อที่โหลที่สุดในโลกคือ Mohammed
32.กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น
33.แต่ละโพหลังไพ่ แสดงถึงกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่จากประวัติศาสตร์ - โพดำกษัตริย์เดวิด - ดอกจิก อเล็กซานเดอร์มหาราช - โพหัวใจ ชาร์ล เลอ มาญ - ข้าวหลามตัด จูเลียส ซีซาร์
34. อนุสาวรีย์ของใครสักคนที่อยู่บนหลังม้า และม้ายกสองขาขึ้นบนอากาศแปลว่าคนนั้นตายในสงคราม
35.ถ้าม้ายกขาข้างเดียวแปลว่า เขาบาดเจ็บในสงคราม และตายจากการบาดเจ็บนั้น

36.ถ้าทั้งสี่ขาของม้าอยู่บนพื้น แสดงว่าตายโดยธรรมชาติ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

>>>ปลาสลิด สัตว์น้ำเศรษฐกิจของไทย<<<

หากจะกล่าวถึงปลาน้ำจืดเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย มีด้วยกันหลายชนิด เช่น ปลานิล ปลาดุก ปลาช่อน ฯลฯ ซึ่งปลาเหล่านี้ปัจจุบันปริมาณความต้องการของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้รูปแบบการเลี้ยงปรับสู่ระบบพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่มีปลาอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลายเช่นกัน แต่รูปแบบการเลี้ยงที่พบเห็นโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ยังเป็นระบบธรรมชาติ เช่นการเลี้ยงปลาสลิดโดยแหล่งผลิตปลาสลิดที่รู้จักกันดี คือ ปลาสลิดบางบ่อ สมุทรปราการ ซึ่งจัดว่ามีรสชาติดี เนื้ออร่อยลักษณะทั่วไปของปลาสลิด


ปลาสลิดหรือปลาใบไม้เป็นปลาน้ำจืด ซึ่งเป็นปลาพื้นบ้านของไทยมีแหล่งกำเนิ[คำไม่พึงประสงค์]ยู่ในที่ลุ่มภาคกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Trichogaster pecteralis นิยมเลี้ยงกันมากแถวภาคกลาง ส่วนที่พบในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และฟิลิปปินส์ เป็นพันธุ์ปลาที่ส่งไปจากเมืองไทยเมื่อประมาณ 80 -90 ปีที่ผ่านมา และเรียกว่าสยามหรือเซียม ปลาสลิดเป็นปลาที่เลี้ยงงาย อดทนต่อความเป็นกรดและน้ำที่มีปริมาณออกซิเจนน้อยได้ดี มีห่วงโซ่อาหารสั้น คือกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ต้นทุนการผลิตต่ำ โดยนิยมเลี้ยงอยู่ในนาเรียกว่าชาวนาปลาสลิด
ปลาสลิดชอบอยู่ในบริเวณที่มีน้ำนิ่ง เช่น หนอง บึง ตามบริเวณที่มีพันธุ์ไม้น้ำ เช่น ผักและสาหร่ายเพื่อใช้เป็นกำบังและก่อหวอดวางไข่ เนื่องจากปลาชนิดนี้โตเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอาหารพวกสาหร่าย พืชและสัตว์เล็ก ๆ จึงสามารถนำปลาสลิดมาเลี้ยงในบ่อและนาข้างได้เป็นอย่างดี
ปลาสลิดมีรูปร่างคล้ายปลากระดี่หม้อ แต่ขนาดโตกว่า ลำตัวแบน ข้างมีครีบท้องยาวครีบเดียว สีของลำตัวมีสีเขียวออกเทาหรือสีคล้ำเป็นพื้น มีริ้วดำพาดขวางตามลำตัว จากหัวถึงโคนหาง เกล็ดบนเส้นข้างตัวประมาณ 42-47 เกล็ดปากเล็กยืดหดได้ ตัวโตเต็มที่ยาวประมาณ 20 ซม.
การเพาะพันธุ์ปลาสลิดแบบธรรมชาติ
โดยธรรมชาติปลาสลิดสามารถผสมพันธุ์และวางไข่ได้เมื่อมีอายุ 7 เดือน ขนาดโตเต็มวัยเฉลี่ยจะมีขนาดตัวประมาณ 6-7 นิ้ว น้ำหนัก 130-140 กรัม วางไข่ได้ครั้งละ 4,000 – 10,000 ฟอง เมื่อถึงฤดูวางไข่ท้องแม่ปลาจะอูมเบ่งออกมาทั้ง 2 ข้าง ลักษณะไข่ปลาสลิดมีสีเหลือง โดยในบ่อควรปลูกผักบุ้งรอบ ๆ ขอบบ่อ ปลาสลิดจะเข้าไปก่อหวอดวางไข่ ซึ่งลูกปลาวัยอ่อนสามารถเลี่ยงตัว หลบหลีกศัตรูตามบริเวณชานบ่อไป
การฟักไข่
ไข่ปลาสลิดเริ่มฟักเป็นตัวภายใน 24 ชม. และทยอยฟักเป็นตัวภายใน 48 ชม. ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะเป็นราสีขาว ไม่ออกเป็นตัว ลูกปลาที่ออกจากไข่ใหม่ ๆ จะไม่กินอาหารประมาณ 7 วัน เมื่อจะเริ่มกินอาหารลูกปลาจะขึ้นมาเหนือน้ำในตอนเช้าตรู่ สำหรับพันธุ์ปลาสลิดที่นิยมผลิตขายนั้นมี 2 พันธุ์ คือ ลายแตงไทยและลายเสือ โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยม คือ ลายแตงไทยเพราะโตกว่าลายเสือ ส่วนเพศ ต้องการเพศเมียมากกว่าเพศผู้ เพราะโตกว่าเช่นกัน ในการดูว่าปลาตัวไหนเพศเมียให้ดูที่ท้อง คือตัวเมียท้องจะยานส่วนตัวผู้ท้องจะยาว ปลาสลิดมีแนวโน้มด้านการตลาดในอนาคตแจ่มใส เพราะปลาสลิดเป็นผลผลิตที่ตลาดต้องการสูง สามารถนำมาประกอบอาหารทั้งรูปสดและทำเค็ม ตากแห้ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลาสลิดตากแห้งเป็นที่นิยมบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้ส่งเป็นสินค้าออกของประเทศอีกชนิดหนึ่ง โดยในปี 2538 มีผลผลิต 16,000 ตัน และเพิ่มขึ้นเป็น 22,000 ตันในปี 2542 ซึ่งส่วนใหญ่ปลาสลิดจะมีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ามากกว่าการบริโภคสด
การแปรรูปปลาสลิดที่นิยมโดยทั่วไปแบ่งได้ 2 แบบ คือ
1. ปลาหอม หรือปลาจืด
2. ปลาน้ำหรือปลาเกลือ
ปลาสลิดที่แปรรูปเป็นปลาหอมหรือปลาจืด และปลาน้ำหรือปลาเกลือมีการกระจายผลผลิต โดยจะมีผู้ค้าส่งมารับถึงที่ ซึ่งมีทั้งผู้ค้าในท้องถิ่น ผู้ค้าส่งแถบต่างจังหวัด และผู้ค้าส่งจากกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีผู้บริโภคในท้องถิ่นมาซื้อถึงที่อีกด้วย หลังจากนั้นผู้ค้าส่งจึงส่งต่อไปให้ผู้ค้าปลีก เพื่อขายให้ผู้บริโภคต่อไป จะเห็นว่าปลาสลิดน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรรมนำมาประกอบเป็นอาชีพ เพราะเป็นปลาที่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนได้ง่าย อย่างประเทศของเราในปัจจุบันและยังเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่ง รวมถึงเรื่องของอาหารสำหรับปลาสลิด นับว่าเป็นการลดต้นทุนได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะปลาสลิดจะกินพวกพืชเป็นอาหาร ดังนั้น หากมีพื้นที่ที่เหมาะสมและทำการปรับปรุงเพื่อการเลี้ยงปลาสลิด จะช่วยเพิ่มปริมาณอาหารโปรตีนและเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัว เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

>>กำเนิดปฎิทินไทย<<

ปฎิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็นประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฎิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอบรัดเลย์ ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโฆษณาของหมอสมิท เป็นต้น
แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือขีดเขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1-12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฎิทินชนิดเล่ม
การพิมพ์ปฎิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อวันที่ 14 มกราคม พศ.2385 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จากไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปมี ค.ศ.1870 (พ.ศ.2413) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอบรัดเลย์ได้เขียนไว้ว่า "14 First Calendar print in B.1842" ( ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่ควดหมายว่า คือ หมอบรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)
รัชการที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์ปฎิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่หมอบรัดเลย์พิมพ์ปฎิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ.2385) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2404 ดังปรกกฎหลักฐานในหนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับปี ค.ศ.1862 (พ.ศ. 2405)
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปฎิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ "ประนินทิน" ซึ่งลงโฆษณาในหนังสือ สยามไสมย ของหมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่งว่า "ประนินทินนี้แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมาก อันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่" แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ
ปฎิทินในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจ ได้แก่ ปฎิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วยสำหรับแจกพระราชทานแก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่ ปฎิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฎิทินหลวงได้
การพิมพ์ปฎิทินเล่ม ยังมีการจัดทำต่อมาจนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฎิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของสภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น-น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่งซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าที่จดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวันเวลานัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า "ไดอารี่" (Diary) หรือ " สมุดบันทึกประจำวัน " ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฎิทินได้
ปฎิทินไ[คำไม่พึงประสงค์]ารี่เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฎหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไ[คำไม่พึงประสงค์]ารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่ มีชื่อเรียกว่า "จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน