วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

>>>ลดไขมันในร่างกายได้ด้วยน้ำ ..<<<



อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่น้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยในการดูแลรูปร่าง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริง น้ำ เป็น "อาหารอันวิเศษ" ที่ช่วยในการดูแลรูปร่างอย่างถาวร

หากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ตับทำงานหนักขึ้น ซึ่งหน้าที่หลักของตับก็คือ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เกิดเป็นพลังงาน แต่ตับต้องมาทำหน้าที่ของไต ทำให้มันไม่สามารถทำหน้าที่หลักได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น

วิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกาย ก็คือเราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะมีน้ำไว้ใช้ ยามขาดแคลน คนที่มีน้ำหนักมาก และคนตัวใหญ่ จะต้องการน้ำมากกว่าคนผอม เพราะมีการเผาผลาญที่มากกว่า น้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีน้ำหนักมาก เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ น้ำยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเรามีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใส และยังทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวหลังการลดน้ำหนักอีกด้วย

อยากรูปร่างดี ผิวพรรณสดใส ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก และจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหากคนๆ นั้น ชอบออกกำลังกาย หรืออยู่ในที่ๆมีอาการร้อน หรือแห้ง ที่สำคัญดื่มน้ำมากอย่างไรก็ไม่อ้วน เพราะน้ำให้ 0 แคลอรี่นั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

>>>รถไฟไทย <<<

ที่เขาเรียกว่า "รถไฟ" เพราะว่า ใช้หัวรถจักรไอน้ำ ใช้พลังไอน้ำเป็นพลังงานขับเคลื่อน พาตัวเองและลูกขบวน อันยาวเหยียด และมีน้ำหนักมากเดินทางไปบนรางเหล็กคู่ขนาด ตั้งแต่เหนือจรดใต้ มาหลายชั่วอายุคน.....
สายแรกของประเทศสยาม บางกอก-ปากน้ำ บ้านคุณมดดำ
แบบล้อ 0-4-0 ผู้ผลิต บริษัท KYOSAN KOGYO JAPAN เริ่มใช้ ปี พ.ศ. 2493 ใช้ในแขวงการทางนครราชสีมา เลิกใช้ ปี พ.ศ. 2508 ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟ ชมรมเรารักรถไฟ หลังสวนจตุจักร
หัวรถจักไอน้ำ ถ่ายที่สวนสาธารณะ ร. 5 สถานีรถไฟทุ่งสง แบบล้อ 4-6-2 ใช้ในทางขนาดกว้าง 1 เมตร ปีที่นำมาใช้ พ.ศ. 2472 ขึ้นบัญชีทรัพย์สินเมื่อ ปี พ.ศ. 2492 ราคา 332,800 บาท เริ่มใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2499 - 2510 ใช้งานในสายใต้ตลอด เลิกใช้งานเมื่อ วันที่ 30 พ.ค. 2510
รถจักรไอน้ำ เท็น วิลเลอร์ (Ten Wheeler) รุ่นเลขที่ 177 สร้างโดย บริษัท นอร์ท บริติช โลโคโมทีฟ ไฮด์ปาร์ค แห่งประเทศอังกฤษ แบบล้อ 4-6-0 ชั้น E ขนาดราง 1 เมตร การรถไฟนำมาใช้เมื่อปี พ.ศ.2458 เลิกใช้เมื่อ 13 กันยายน พ.ศ. 2510 ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ สถานีชุมทางบ้านภาชี
รถจักรไอน้ำ มิกาโด (Mikado) รุ่นเลขที่ 943 สร้างโดย บริษัท มิตซูบิชิ แห่งประเทศญี่ปุ่น แบบล้อ 2-8-2 ราคา 976,000 บาท การรถไฟนำมาใช้ระหว่างปี พ.ศ.2493 - 2522 ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ สวนวชิรเบญจทัศ กรุงเทพฯ

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

>>>สาเหตุที่ทำให้ ผมร่วง <<<



สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมีอะไรบ้าง และมีวิธีการแก้ไขอย่างไรมาดูกันเลยค่ะ

พฤติกรรมการดูแลเส้นผม เช่น ใช้แชมพูที่เป็นด่างแก่ ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารบำรุงผม สารเคมี ฯลฯ ที่วุ่นวายมากเกินไป จนระคายเคืองกับหนังศีรษะ การดัด การย้อม โกรก ยืด การเป่าผมทุกวัน ฯลฯ วิธีแก้ปัญหานี้ให้หยุดสระผมด้วยแชมพูสักพัก ใช้มะกรูด 1 ลูก ผ่าครึ่งต้มกับน้ำ แล้วเติมรำข้าวลงไป 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเอาน้ำเติมลงไปให้มีปริมาณมากพอ ใช้สระผม แล้วหมักไว้นาน 5-10 นาที ก่อนสระออกด้วยน้ำธรรมดา วิธีนี้จะทำให้เส้นผมสะอาด และชั้นขี้ผึ้งไม่ถูกล้างออกไป สระเพียงสัปดาห์ละครั้งก็พอ

ฮอร์โมน เช่น คนวัยกลางคนโดยเฉพาะผู้ชาย อาจจะเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศชายที่มีมากเกินไป ส่วนมากเป็นกรรมพันธุ์

การที่เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหนังศีรษะน้อย ทำให้หนังศีรษะตึงและแข็ง เมื่อเส้นผมมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ รากผมจะค่อยๆ ตายและหลุดออกมา หากไม่อยากผมร่วงก็คงต้องช่วยนวดหนังศีรษะทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดโดยใช้นิ้วมือขยี้ให้ทั่วหนังศีรษะแบบเดียวกับการสระผม (แต่อย่าเกา) ทำเช่นนี้วันละครั้ง การแปรงผมโดยใช้แปรงซี่ห่างมาก ที่มีขนแปรงเป็นตุ่มไม้นวดศีรษะก็ได้ หรือจะใช้น้ำฝักบัวอุ่นจัดๆ ราดหนังศีรษะสลับกับการชโลมด้วยน้ำเย็นสัก 3 รอบทุกวันก็ได้ แต่มีเคล็ดอยู่ว่าต้องปล่อยให้แห้งโดยธรรมชาติ อย่าเป่าผม

สภาวะการขาดเบต้าแคโรทีน วิตามินอี วิตามินบี โดยเฉพาะบี 6 กรดโฟลิก ไบโอติน PABA ก็ทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนอาหารจึงสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมเช่นกัน อาหารที่แนะนำได้แก่ ข้าวกล้อง ผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง แดง อาหารทะเล สาหร่ายทะเล เมล็ดธัญพืชที่ไม่ขัดขาว โดยเฉพาะเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง จมูกข้าวสาลี และถั่วงอกทุกประเภท

และสาเหตุที่พบบ่อยซึ่งทำให้ผมร่วงได้เป็นกำๆ ก็คือความเครียด ดังนั้นใครเครียดให้หาทางคลายเครียดเสียด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะคลายเครียดแล้ว การออกกำลังกายยังทำให้เลือดฉีดแรงขึ้น เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังหนังศีรษะอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำไปพร้อมๆ กัน สักเดือนหนึ่งคุณจะเห็นผลอย่างชัดเจน

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

>>>8 วิธี เพิ่มอายุยืนยาวขึ้น 8 ปี<<<



คนเราอยากมีอายุยืนยาวด้วยกันทั้งนั้น ผมเองก็อยากอยู่กับครอบครัวและคนที่ผมรักไปนานๆ แล้วทำยังไงถึงจะมีชีวิตยืนยาว และมีคุณภาพที่ดีผมมีวิธีมาบอก

1. อายุยืนยาวขึ้น 1 ปี ด้วยการกินดาร์กช็อกโกแลต


การวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา บอกว่าถ้าเรากินดาร์กช็อกโกแลตบ่อยๆ หรืออย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง อาจจะช่วยให้ชีวิตยืนยาวขึ้นได้อีก 1 ปีเลย เพราะว่าในดาร์กช็อกโกแลต มีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยทำให้เลือดไม่ข้นหนืดจนเกินไป เลือดเลยไหลได้สะดวก ไม่ไปติดหรือกระแทกหลอดเลือดมาก จึงไม่เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เส้นเลือดก็ไม่อุดตัน


2. อายุยืนยาวขึ้น 2 ปี ด้วยเพศสัมพันธ์ที่ดี


มีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ แล้วดีครับ ช่วยเพิ่มอายุได้ถึง 2 ปีเลยทีเดียว มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย บอกว่าเป็นเพราะมันจะมีสารที่หลั่งออกมาหลังจากที่เราถึงจุดสุดยอด ที่ทำให้คลายเครียดได้ดีมาก และจะทำให้เรารู้สึกสบายตัว ร่างกายและหัวใจเราก็ดีขึ้น ฮอร์โมนคอร์ติโซนก็จะหลั่งออกมาน้อย ผมเคยอ่านงานวิจัยอีกอันที่เขาศึกษากับคนออสเตรเลีย 2,338 คน บอกว่าการที่ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์หรือช่วยตัวเองสัปดาห์ละ 10 ครั้ง สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 33 เปอร์เซ็นต์


3. อายุยืนยาวขึ้น 3 ปี ด้วยการกินถั่ว


อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน มหาวิทยาลัยโลม่าลินดาที่แคลิฟอร์เนีย วิจัยพบว่าในถั่วจะมีไขมันโอเมก้า3 สารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหารเยอะไขมันอิ่มตัวน้อย แคลอรีน้อยทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะกับหัวใจ แต่ต้องเลือกแบบไม่มีเกลือนะครับ


4. อายุยืนยาวขึ้น 4 ปี ด้วยการดื่มไวน์


นักวิทยาศาสตร์ชาวดัชช์ ให้ดื่มไวน์วันละครึ่งแก้วจะทำให้ชีวิตเรายืนยาวได้ถึง 4 ปี เพราะในไวน์จะมีสารโพลิฟิโนลิคคอมพาวน์ส (polyphenolic compounds) ซึ่งสารนี้จะทำให้เลือดเราไม่มีการเติบโตของไขมัน พอเยื่อไขมันไม่สามารถเติบโตได้ เส้นเลือดเราจะสะอาดใสอยู่ตลอดเวลา ไม่มีตะกอนตกค้างหรือมีไขมันมาเกาะผนังหลอดเลือด


5. อายุยืนยาวขึ้น 5 ปี ด้วยการเล่นกอล์ฟ


อาจจะมีหลายคนที่เล่นกอล์ฟกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าทำไมเล่นกอล์ฟแล้วทำให้อายุเรายืนยาวขึ้นได้ นั่นเพราะการเล่นกอล์ฟทำให้เราเดินครับ เล่นกอล์ฟ 18 หลุม จะทำให้เราต้องเดินถึง 6-10 กม. เลยครับ แล้วการเดินทำให้ร่างกายเราเผาผลาญแคลอรีได้ดี เป็นการออกกำลังกายแบบ Low intensity คือการออกกำลังกายแบบไม่หนัก แต่หัวใจเต้นเร็วและใช้ออกซิเจนเยอะมาก ซึ่งจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง แล้วการตีกอล์ฟทำให้เราไม่เบื่อที่จะออกกำลังกายด้วย


6. อายุยืนยาวขึ้น 6 ปี ด้วยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ


กินทุกๆ มื้อเลยนะครับ ให้เรื่องการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นชีวิตประจำวัน ไม่ใช่วันนี้พิเศษ ฉันจะไปกินอาหารเพื่อสุขภาพ นานๆ กินทีแบบนั้นไม่ดีแน่ๆ แล้วมีการวิจัยจากฮอลแลนด์บอกว่า กินปลา เนื้อไม่ติดมัน น้ำมันมะกอก กระเทียม คาร์โบไฮเดรตที่ดีอย่างข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต เป็นประจำจะทำให้ไขมันในเลือดน้อยลง สุขภาพร่างกายดีขึ้น โรคมะเร็งกับเบาหวานก็จะเกิดได้ยากขึ้น แล้วถ้าไม่รู้ว่ามีอาหารอะไรอีกที่ดีต่อสุขภาพ ก็ดูจากสุขภาพดีนี้ก็ได้หาง่าย ไม่แพงด้วย


7. อายุยืนยาวขึ้น 7 ปี ด้วยการควบคุมน้ำหนัก


นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ศึกษาพบว่า ถ้าคุณสามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ตามเกณฑ์มาตรฐานได้โดยตลอด คุณอาจจะเพิ่มชีวิตได้ถึง 7 ปีเลย หรือหากตอนนี้ ใครกำลังน้ำหนักตัวเกินอยู่ก็รีบลดเลยครับ เพราะปล่อยให้น้ำหนักมากๆ ไม่ดี กระดูกและไขข้อต้องรับน้ำหนักเยอะมากก็จะมีปัญหาได้ แล้วก็เสี่ยงกับการเกิดโรคหลายโรคด้วย แต่ที่ต้องระวังด้วยคืออย่าดูแค่ตัวเลขของน้ำหนักเท่านั้น ให้ดูไขมันด้วย เพราะคนผอมหลายคนเหมือนกันที่น้ำหนักน้อยแต่ไขมันเยอะ นั่นก็สุขภาพไม่ดีได้ง่ายเหมือนกัน


8. อายุยืนยาวขึ้น 8 ปี ด้วยการหัวเราะบ่อยๆ


การที่เราหัวเราะ ฮอร์โมนคอร์ติโซน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพจะหลั่งน้อยลง ทำให้เรามีความสุข ผ่อนคลายไม่เครียด เพราะสารเคมีที่ไม่ดีในร่างกายจะไม่หลั่งออกมาเลย แล้วจะมีสารเคมีดี เช่น เอ็นโดรฟิน อะดรีนาลีน หลั่งออกมาแทน ก็พยายามดูหนังตลก อยู่กับเพื่อนให้เยอะๆ นะครับ จะได้หัวเราะ แค่คุณหัวเราะวันละ 15 นาที อาจจะทำให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นอีก 8 ปีเลยนะครับ


วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

>>>ดื่มน้ำแก้โรคหวัด <<<

โรคหวัด เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน จนทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว แนะนำว่าควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพราะน้ำจะช่วยให้หายจากโรคหวัดได้

ดื่มน้ำอุ่น ช่วยละลายเสมหะในลำคอ


ดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยลดไข้ และทำให้ร่างกายเย็นลง


ดื่มน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดี


ดื่มน้ำช่วยลดอาการติดเชื้อ และอักเสบ


ดื่มน้ำช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ฟื้นไข้เร็วขึ้น


สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัด และอยากจะดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติ แนะนำว่าควรจะเป็น น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะเขือเทศ น้ำองุ่น น้ำสัปปะรด เพราะมีวิตามินซีสูงจะช่วยให้อาการโรคหวัดดีขึ้น


ใครที่อยากหายจากอาการโรคหวัดเร็ว ๆ ลองนำวิธีที่แนะนำไปใช้กันดูได้.

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

>>>สมุนไพรช่วยลดความดัน <<<


ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรพื้นบ้านก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีมาบอก...

- กระเทียม ซอยกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา กินพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้งหรือจะใช้วิธีเคี้ยวกระเทียมสด ๆ ก็ได้ อย่ากินตอนท้องว่าง เพราะฤทธิ์ร้อนของกระเทียมจะทำให้แสบกระเพาะได้

- ขึ้นฉ่าย เลือกต้นสดมาตำ คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือใช้ต้นสด 1-2 กำมือ ตำให้ละเอียดต้มกับน้ำ แล้วกรองเอากากออก ใช้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร หรือกินเป็นผักสดผสมในอาหารก็ได้

- กาฝากมะม่วง ใช้กาฝากของต้นมะม่วง นำมาตากแห้งต้มน้ำดื่มต่างน้ำชาหรือตากแห้งคั่วแล้วชงดื่ม ในบางท้องถิ่นให้ใช้กาฝากสดนำใบและกิ่ง 1 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม

- กระเจี๊ยบแดง ใช้กลีบเลี้ยงแห้ง ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกินเป็นชากระเจี๊ยบ ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอลได้ แก้นิ่ว และลดไข้

- บัวบก ในตำรายาไทยทั่วไปใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แต่มีตำรายาพื้นบ้านที่นำมาใช้ลดความดันโลหิตสูง โดยใช้ต้นสด 1 หรือ 2 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม

ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเป็นประจำและมีสรรพคุณช่วยลดความดันได้ เช่น ขิง ขี้เหล็ก ผักชี ผักชีฝรั่ง มะขาม แมงลัก เป็นต้น

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากให้ความดันโลหิตสูงลดลง ลองหาสมุนไพรที่แนะนำมาทานกันได้

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

>>>'SMS' ดูดเงิน!! หลุมพรางผู้บริโภค <<<


นี้หากไม่อยากตกยุคต้อง “ไร้สาย” ไม่รู้เพราะความเร่งรีบแห่งยุคสมัยผลักสิ่งต่าง ๆ ที่ “มีสาย” ให้ตกยุคหรือไม่...? ดูอย่างสาวรุ่นจากนิยมใส่ “สายเดี่ยว” กลายเป็น “เกาะอก” แม้แต่อินเทอร์เน็ตก็ยังไร้สาย เช่นเดียวกับ “โทรศัพท์มือถือ” ซึ่งเขี่ยโทรศัพท์สาธารณะตกกระป๋อง!!
มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนไทยตั้งแต่ “รากหญ้า” ถึง “ยอดหญ้า” ขณะที่ผู้ให้บริการต่างใช้กลยุทธ์จูงใจผู้บริโภคกันเต็มที่ มีบริษัทมากมายเปิดตัวเพื่อให้บริการ “โหลด ลด แลก แจกกระจาย” ผ่านเอสเอ็มเอสอย่างแพร่หลาย แต่บางครั้งผู้ใช้โทรศัพท์ก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริการเอสเอ็มเอสผ่านมือถือ!!
สิ่งเหล่านี้ยังเหมือนหลุมพรางรอดักผู้บริโภค ซึ่ง ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เล่าว่า จาก การที่หน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์ ของผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านบริการเอสเอ็มเอสตั้งแต่สองปีที่ผ่านมามีเพิ่มขึ้น เห็นได้จากเดือนมกราคม 2552 มีผู้โทรฯ มาแจ้งแล้ว 5 ราย อันแสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของผู้บริโภคเริ่มแผ่วงกว้างมากขึ้น
จากสถิติปัญหาเอสเอ็มเอสที่ร้องเรียนมากที่สุดคือ
1. เมื่อสมัครแล้วไม่สามารถบอกเลิกการใช้บริการได้ เช่น บริการข่าวเอสเอ็มเอส เมื่อผู้บริโภคโทรฯ แจ้งเครือข่ายบอกเลิกบริการข่าวผู้รับสายจะบอกปัด ให้โทรฯไปแจ้งบริษัทที่ทำการส่งข่าว แต่พอโทรฯ ไประบบทำการโอนสายไปยังที่ต่าง ๆ ซึ่งไม่มีผู้รับสาย
2.ผู้ใช้บริการมีความรู้สึกว่า ถูกละเมิดสิทธิเพราะเบอร์โทรศัพท์เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่ควรนำไปเผยแพร่แก่ผู้อื่น เช่น เอสเอ็มเอสขายของต่าง ๆ
3.รู้สึกถูกรบกวนจนไม่เป็นอันทำงาน เนื่องจากเอสเอ็มเอสการบริการต่าง ๆ ดังทั้งวันทำให้เกิดความรำคาญและรบกวน สมาธิ “ทั้งสามปัญหานี้เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ซึ่ง กทช. มีหน้าที่ดูแลแค่ตัวบริการ ไม่สามารถดูลึกถึงเนื้อหาของการบริการได้ เหมือนกับมีหน้าที่แค่ดูแลการส่งจดหมายไม่สามารถเปิดซองจดหมายอ่านได้”
หากมองในแง่ความเป็นจริงผู้บริโภคสามารถบอกเลิกการบริการจากคอลเซ็นเตอร์ของเครือข่ายได้ทันที เพราะเครือข่ายได้ทำสัญญากับบริษัทต่าง ๆ ที่บริการผ่านเอสเอ็มเอส โดยทั้งสองฝ่ายต่างได้ส่วนแบ่ง ซึ่งเครือข่ายต้องมีส่วนในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค
ขณะนี้ผู้ให้บริการนิยมให้ทดลองใช้ฟรี ประวิทย์ มองว่า หากหมดช่วงเวลาการใช้บริการฟรี ผู้บริการควรส่งข้อความเพื่อยืนยันการรับบริการ ไม่ใช่ให้บริการต่อโดยไม่มีการยืนยันจากผู้บริโภค เช่น ทดลองรับข่าวฟรี 7 วัน พอครบกำหนดก็ไม่มีระบบยืนยันการใช้บริการแต่ทำการหักเงินจากมือถือทันที ซึ่งผู้บริโภคกำลังถูกเอาเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ให้บริการผ่านระบบเอสเอ็มเอสควรระบุที่มาอย่างชัดเจน และต้องมีหมายเลขที่ติดต่อได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างละเอียด ตลอดจนบอกวิธีการยกเลิกบริการตั้งแต่แรกเริ่มสมัครใช้ นอกจากนี้ควรกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ เช่น ครบ 3 เดือน แล้วสมัครใหม่ เป็นต้น
ประวิทย์ แนะนำสิทธิของผู้บริโภคว่า เมื่อมีเอสเอ็มเอสส่งมาทางมือถือควรตั้งสติให้ดี อ่านข้อความให้จบเสียก่อน ซึ่งหากไม่แน่ใจให้กดปุ่มวางสายทันที ขณะเดียวกันหมายเลข โทรศัพท์เป็นข้อมูลส่วนบุคคลหากไม่ต้องการเอสเอ็มเอสรบกวนสามารถโทรฯ แจ้งเครือข่ายผู้ให้บริการบอกเลิกได้
นอกจากนี้หากไม่สมัครบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามีผู้แอบอ้างสามารถแจ้งเครือข่ายระงับได้ทันที ส่วน กทช. กำหนดไว้ว่า ผู้ใช้บริการสามารถบอกเลิกบริการได้ตลอดเวลา
ในประเทศไทยยังเป็นช่องว่างทางกฎหมายซึ่งยังไม่ครอบคลุมสิทธิผู้บริโภค ต่างจากหลายประเทศที่มีระบบการจัดการรบกวนเพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความเป็นส่วนตัว เช่น ฮ่องกง ผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการรับเอสเอ็มเอส สามารถแจ้งความ ประสงค์กับเครือข่ายได้ทันที ซึ่งเมื่อแจ้งแล้วหากมีข้อความบริการเข้ามา ผู้บริโภคสามารถเอาผิดทางกฎหมายได้
ขณะเดียวกันเด็กบางคนโหลดทุกอย่างทำให้ผู้ปกครองต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละเดือน ดังนั้นผู้ให้บริการควรจัดประเภทอายุของผู้ใช้เพื่อ ให้บริการที่เหมาะสมกับวัย ขณะเดียวกันการส่งเอสเอ็มเอสยังไม่มีการกำหน[คำไม่พึงประสงค์]ัตราค่าบริการ ทำให้ผู้บริการสามารถหักเงินจากบริการเท่าไหร่ก็ได้ แล้วแต่ผู้ให้บริการกำหนด นอกจากนี้การส่งข้อความไปหาผู้รับในส่วนต่าง ๆ ยังมีอัตราที่ไม่เท่ากัน เช่น ส่งข้อความไปยังรายการทีวี เพื่อให้ขึ้นหน้าจอต้องเสียค่าส่ง 9 บาท ทั้งที่การส่งข้อความปกติครั้งละ 3 บาท ในความเป็นจริงต้นทุนการส่งข้อความแค่ครั้งละ 50 สตางค์ ซึ่งมีราคาถูกลงกว่าเดิมมากเนื่องจากเทคโนโลยีมีความสะดวกรวดเร็ว ต่างจากยุคแรกที่เริ่มมีการส่ง ข้อความผ่านมือถือต้องเสียเงิน ครั้งละ 150 บาท
ที่อันตรายกว่านั้นคือ มีการขายประกันผ่านมือถือ โดยตัวแทนโทรฯมาหว่านล้อมเพื่อให้ผู้ซื้อยอมรับ โดยระหว่างที่พูดตัวแทนจะทำการอัดเสียงเพื่อยืนยันว่า ผู้ซื้อยอมรับ แล้วหลังจากนั้นจึงทำการหักเงินผ่านระบบบัตรเครดิตในแต่ละเดือน ซึ่งพอแจ้งไปยังเครือข่ายมือถือก็บ่ายเบี่ยง จึงอยากเตือนประชาชนให้ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ โลกกำลังหมุนเร็วขึ้นทุกวัน หน่วยงานผู้รับผิดชอบเองก็ต้องตามให้ทันเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จะมัวทำงาน “เช้าชาม เย็นชาม” เหมือนก่อนคงลำบาก.